** ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน **
สถานการณ์ความขัดแย้งเรื่อง เขาพระวิหาร ที่ยังเขม็งเกลียว โดยหลายฝ่ายได้เรียกร้องให้ชะลอการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกต่อองค์การยูเนสโก เพราะหวั่นเกรงว่าไทยจะสูญเสียดินแดนให้กับฝ่ายกัมพูชานั้น
ศาล รธน.เรียก นพดล ชี้แจงด่วน
ความคืบหน้าเรื่องนี้ ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ก.ค. มีการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณากรณีคำร้องของประธานวุฒิสภา ที่ส่งความเห็นของ ส.ว. 77 คน และคำร้องของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งความเห็นของ ส.ส.จำนวน 151 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ว่าคำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาฉบับลงวันที่ 18 มิ.ย. 2551 เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ โดยตุลาการฯได้หยิบยกคำร้องทั้งสองไว้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนทันที หลังการประชุมเวลา 12.00 น. นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาแล้วมีมติให้รับคำร้องทั้ง 2 คำร้อง ไว้พิจารณารวมเป็นคำร้องเดียวกัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีประเด็นพิจารณาอย่างเดียวกัน และเป็นคำร้องที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคหก ประกอบมาตรา 154 วรรคหนึ่ง (1) โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้เรียกนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ มาชี้แจงและให้ถ้อยคำพร้อมเอกสารประกอบภายในวันพฤหัสฯที่ 3 ก.ค. เวลา 15.00 น. หรือในวันศุกร์ ที่ 4 ก.ค.เวลา 09.00 น. หากไม่มาตามนัดให้ถือว่าไม่ติดใจชี้แจงและให้ถ้อยคำ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดพิจารณาเพื่ออภิปราย และเตรียมลงมติในประเด็นคำร้องดังกล่าวในวันศุกร์นี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่าแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ไปลงนามร่วมกับทางกัมพูชา เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ที่คณะรัฐมนตรีจะต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ให้ ครม.เสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา ขอความเห็นชอบก่อนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสอง จะส่งผลให้สาระสำคัญและการลงนามดังกล่าวนั้นเป็นอันตกไป
นพดล หายไม่มาศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเรียกนายนพดลมาชี้แจงในวันที่ 3 ก.ค. ถึงเวลา 15.00 น. ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดนายนพดลก็ยังไม่ได้เดินทางมาชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่อยู่รอการชี้แจงของนายนพดลตลอดทั้งวัน ต่างแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านและนัดประชุมกัน เพื่อพิจารณาคำร้องดังกล่าวในวันศุกร์ที่ 4 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ทันที
ทักท้วงข้อมูลยูเนสโกผิด
ที่กระทรวงการต่างประเทศ ตอนสาย นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเชลดอน เชฟเฟอร์ ผู้อำนวยการยูเนสโก สำนักงานกรุงเทพมหานคร ได้ส่งจดหมายตอบ ส.ว.ที่ยื่นคำร้องให้ชะลอการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร โดยระบุว่ากัมพูชาใช้แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่นายนพดลเซ็นวันที่ 22 พ.ค. ยื่นจดทะเบียนปราสาทพระวิหารว่า ในหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่ถูกต้อง เพราะตนไม่เคยไปเซ็นเอกสารในวันที่ 22 พ.ค.ที่กรุงปารีส แต่เป็นแค่การลงนามกำกับไว้ว่า สิ่งที่คุยกันเป็นอย่างไร นอกจากนั้น ยังมีข้อความที่ชัดเจนว่า ห้ามมีผลผูกพัน จนกว่าจะได้รับอนุมัติจาก ครม. ไม่มีอะไร ปกปิดซ่อนเร้น เอกสารใดๆ ที่เขียนในวันที่ 22 พ.ค. เป็นแค่การเซ็นกำกับ ไม่ได้เป็นการลงนามผูกพันใดๆทั้งสิ้น เรื่องนี้ข้อมูลของยูเนสโกผิดพลาด ตนได้เชิญนายเชลดอน มาที่กระทรวงการต่างประเทศเพื่อยื่นหนังสือทักท้วง ให้ไปแก้ไขข้อบกพร่องผิดพลาดยันสำนักงานใหญ่เข้าใจไทย
เชื่อกัมพูชาเข้าใจสถานะของไทย
นายนพดลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายธนะ ดวงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ได้หารือกับนายฟรานเชสโก คารูโซ ผู้ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ให้เป็นผู้ประสานงานระหว่างไทย-กัมพูชา เกี่ยวกับปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกในเบื้องต้นแล้วว่า ยูเนสโกรับทราบแล้วว่าไทยต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล มั่นใจกัมพูชาใช้อ้างไม่ได้ เมื่อถามว่า กัมพูชาสามารถนำอินนิเชียล ไปอ้างประกอบการขอจดทะเบียนได้หรือไม่ นายนพดลตอบว่ากัมพูชาไม่อาจอ้างไปได้ เพราะเราไม่สามารถสนับสนุนกัมพูชา ในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งนี้ได้ ยูเนสโกเข้าใจประเทศไทยดีว่าต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลปกครอง กัมพูชาอ้างได้เฉพาะจดหมายที่เราส่งไป ที่ไม่สามารถให้การสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนตัวปราสาทได้ กัมพูชาต้องเข้าใจสถานะของไทย ตนจะเดินทางไปกรุงควิเบก ประเทศแคนาดา ในเช้าวันที่ 5 ก.ค. และจะแถลงถึงท่าทีล่าสุดของประเทศไทย ต่อข้อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศ เตรียมรองรับความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในกัมพูชาหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า ได้ประสานกับเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาและประเมินสถานการณ์ตลอด อยากให้ทุกอย่างไม่กระทบความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทย-กัมพูชา เราระมัดระวังและหวังว่าจะไม่บานปลาย สถานการณ์ตอนนี้ไม่มีอะไรรุนแรง เป็นสถานการณ์ปกติ
ผบ.สูงสุดให้ดูกติกา
ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาปราสาทพระวิหาร ที่ประเทศกัมพูชาจะนำไปขึ้นเป็นมรดกโลกว่า คงไปสรุปไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นเรื่องที่รู้สึกว่าไม่เข้าใจได้ง่าย ทั้งนี้ต้องให้เกียรติกับหน่วยที่รับผิดชอบ เมื่อถามว่า ยูเนสโกออกมาเปิดเผยว่า นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้ลงนามกับประเทศกัมพูชา เพื่อยกปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 18 พ.ค. พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ไม่รู้ในรายละเอียด เชื่อว่ากระทรวงการต่าง ประเทศคงพยายามทำอยู่ ทุกคนรักชาติบ้านเมืองเหมือนกัน เมื่อถามว่า อยากให้มีการยกเลิกการลงนามและกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ถ้าบันดาลได้ทุกอย่างคงจะดี เมื่อลงนามไปแล้วกระทรวงการต่างประเทศจะทำอะไรได้บ้างก็ต้องดูกันให้ดีๆ ส่วนการที่ลงนามไปแล้วกัมพูชาไม่ยอมนั้น เรื่องนี้จะผูกมัดแค่ไหน ตนไม่ทราบ ต้องดูกฎหมายและกติกา เมื่อถามว่า รมว.ต่างประเทศจะต้องรับผิดชอบในการกระทำโดยพลการหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ไม่ทราบว่าโดยปกติเขาเซ็นกันได้หรือไม่ ต้องคุยกับกระทรวงการต่างประเทศโดยตรง
ถ้าผิดพลาดต้องแสดงสปิริต
เมื่อถามย้ำว่า พฤติกรรมของ รมว.ต่างประเทศ จะต้องออกมารับผิดชอบต่อความผิดพลาดและแสดงสปิริต พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ถ้าพูดถึงว่าถ้ามีอะไรผิดพลาดและพิสูจน์ได้ว่ามีอะไรผิดพลาด ผู้นำทุกคน ไม่ใช่ เฉพาะรัฐมนตรี เมื่อมีอะไรผิดพลาด ก็จะต้องแสดงสปิริตด้วยกันทั้งนั้น เมื่อถามว่าหากไทยเสียดินแดน การแสดง สปิริตจะเพียงพอหรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า กลไกมีอย่างไรก็ต้องว่ากันไป ส่วนทหารก็รับผิดชอบในส่วนที่เราไปวัดพื้นที่เขตแดน เมื่อออกมาชัดเจนเราก็เป็นผู้ที่รักษาอธิปไตยดินแดน เมื่อถามว่าทำไมผู้นำทางทหาร ถึงออกมารีแอ็กชั่นแสดงความคิดเห็นช้าเกินไป พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ทหารคงไม่ช้ามาก เพราะไม่ใช่หน้าที่มีแต่เฉพาะกรมแผนที่ทหารเท่านั้น
ไม่อยากพูดเรื่องอดีตเพราะแก้ไขไม่ได้
เมื่อถามว่า รู้สึกเป็นห่วงหรือไม่ว่าปัญหาจะบานปลาย หากตกลงกันไม่ได้ หนักใจหรือไม่ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้ดี ให้ ละเอียดอ่อนและชี้แจงได้ เพราะประชาชนมีสิทธิ์จะคิดและรับรู้อะไรได้ทุกอย่าง เมื่อถามว่า รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็ไม่ยอมเพราะว่าได้ไปลงนามกันเรียบร้อยแล้ว พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการเจรจาว่าจะออกมาอย่างไร มีผลอย่างไรก็ตาม เรื่องระหว่างประเทศ จะต้องยึดหลักการไว้ ไม่ใช่ว่าใครพูดเก่งเขียนเก่งจะเป็นผู้ชนะ ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่ากรรมการไม่ดี กรรมการจะไม่ใช่คู่กรณีของทั้งสองประเทศ ต้องเป็นตัวกลางที่มีความยุติธรรม สามารถคุมเกมได้ ไม่ใช่ว่าใครเถียงเก่ง และจะชนะ ซึ่งคนไทยมักจะเถียงไม่เก่งถึงแม้ว่าจะถูกต้อง เมื่อถามว่าคิดว่าไทยเสียเปรียบต่อกรณีนี้หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่าพูดไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจ ได้คุยกับผู้ที่มีความรู้เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ เขาบอกว่าไม่ง่าย เพราะในเรื่องการเสียเปรียบได้เปรียบซึ่งเราเสียเปรียบเรื่องเดียว คือศาลโลกพิพากษามาแล้วในอดีต และหลายคนพูดว่าเราไม่ควรจะไปขึ้นศาลตั้งแต่แรก พอไปขึ้นก็ทำให้เสียเปรียบ เราไม่อยากพูดเรื่องในอดีตเพราะไปแก้ไขอะไรไม่ได้
ให้ เตีย บัน ช่วยดูแลคนไทยชายแดน
เมื่อถามถึงความรู้สึกของไทยในขณะนี้ เหมือนกับเรายังเสียเปรียบ ถ้าประเทศกัมพูชาสามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้จริงๆ พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.เตีย บัน รมว.กลาโหม ด้านการทหารแล้ว แต่ไม่สามารถพูดได้ เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศซึ่งตนมีหน้าที่อยู่จำกัด คือ วัดพื้นที่เขตแดนบริเวณนั้น และรักษาอธิปไตย รวมถึงการดูแลประชาชนไม่ให้บาดเจ็บล้มตายหากมีการปะทะกันเกิดขึ้น เมื่อเร็วๆนี้ ได้โทรศัพท์ไปหา พล.อ.เตีย บัน ขอให้ช่วยดูแลคนไทยบริเวณตามแนวชายแดน ดูแลคนกัมพูชาอย่าให้มามีเรื่อง โดยเฉพาะคนไทยในกรุงพนมเปญ บริเวณสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ เพราะเดี๋ยวจะเกิดเหตุขึ้น พล.อ.เตีย บันก็รับปากว่าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล ส่วนการตรึงกำลังบริเวณชายแดนของทั้งสองฝ่าย ก็ขอร้องให้ พล.อ.เตีย บัน ช่วยดูแล ไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง เมื่อถามว่า จะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ จึงมีการตรึงกำลังทหาร พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่จะต้องมีกติกาว่าอย่าล้ำเส้นกัน อย่าปะทะกัน อย่าใช้ความรุนแรง เราไม่มีหน้าไปยุ่งงานของกระทรวงการต่างประเทศ แต่การรักษาอธิปไตยไม่มีปัญหา เพราะทุกหน่วยได้ทำกันอยู่แล้ว
สมชาย ไม่รู้ นพดล ลงนามแถลงการณ์ร่วม
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่านายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทยและกัมพูชา กรณีเขาพระวิหารไปตั้งแต่ในการประชุมที่ฝรั่งเศส ก่อนที่จะมาเข้าที่ประชุม ครม.โดยนายสมชายก็ร่วมในงานดังกล่าวด้วย รองนายกฯ ปฏิเสธว่าไม่ได้ไป ตนเป็น รมว. ศึกษาธิการ ไปดูพาสปอร์ตได้เลย ส่วนจะมีผลกระทบอะไร อย่างไรหรือไม่ ตนไม่ทราบ ต้องฟังจาก รมว.ต่างประเทศทั้งนี้ ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 1 ก.ค. พูดกันแค่เรื่องการดำเนินการอย่างไร ถึงจะปฏิบัติไปตามคำสั่งของศาลปกครอง ไม่ได้พูดคุยกันถึงเรื่องที่ไปหารือที่ฝรั่งเศส เมื่อถามว่า ผอ.มรดกโลกระบุว่า ฝ่ายไทยท้วงติงไปก็สายไปแล้ว เพราะแถลงการณ์ได้ลงนามไปก่อนแล้ว นายสมชายตอบว่าไม่ทราบ ต้องฟังคนที่เขารู้ คนไม่รู้อย่าพูด ต้องดูว่า รมว.ต่างประเทศได้รับมอบอำนาจอย่างไร ไม่อยากพูดเรื่องนี้ ถ้าไม่มีข้อมูลจริงๆ เกรงจะผิดพลาด กระทรวงการต่างประเทศจะรู้ดีและมีข้อมูล
ผอ.ยูเนสโกรับข้อทักท้วง นพดล
เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเชลดอน เชฟเฟอร์ ผอ.ยูเนสโก สนง. กรุงเทพฯ เดินทางเข้าพบนายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ไม่ถึง 20 นาที นายเชลดอนลงมาให้สัมภาษณ์ว่า มาชี้แจงเนื่องจากเอกสารตอบกลับ ที่ส่งให้ ส.ว.มีความคลาดเคลื่อนไม่ค่อยตรงทำให้เกิดความสับสน ซึ่งเอกสารที่ส่งให้ ส.ว.เป็นเอกสารไม่เป็นทางการ มาจากการหารือที่กรุงปารีสวันที่ 22 พ.ค. และเขียนชัดเจนว่าให้รอการอนุมัติจาก ครม.และ เอกสารที่ตนตอบกลับ ส.ว. ไม่ได้มีเจตนาลบล้างคำสั่งศาลปกครองและแปลกใจที่มีการยื่นหนังสือถึงยูเนสโก สนง.กรุงเทพฯ ขอให้ชะลอการพิจารณาขึ้นทะเบียนปราสาท พระวิหารเป็นมรดกโลก ทั้งที่คณะกรรมการมรดกโลก ไม่ใช่องค์กรในกำกับดูแลของยูเนสโกและยูเนสโกเป็นเพียงฝ่ายที่ดูรายละเอียดทางเทคนิคเท่านั้น แต่อำนาจการตัดสินใจเป็นของคณะกรรมการมรดกโลก
ชี้รัฐบาลไทยต้องตัดสินปัญหาเอง
นายเชลดอนกล่าวว่า เอกสารที่เป็นทางการคือ แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่ลงนามในวันที่ 18 มิ.ย. ส่วนเรื่องที่กัมพูชาจะสามารถนำเอกสารไม่เป็นทางการวันที่ 22 พ.ค. ที่ปารีสไปยื่นประกอบการขอจดทะเบียนได้หรือไม่นั้น เป็นปัญหาของรัฐบาลไทย จะจัดการเอกสารที่แตกต่างกันอย่างไร จะใช้ 22 พ.ค. ที่ปารีส หรือ 18 มิ.ย. ที่ 2 ฝ่ายลงนามอย่างเป็นทางการเป็นหลักฐานเอาเอง หลังจากนี้ยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลก จะพิจารณาบนพื้นฐานที่จะปฏิบัติ ยูเนสโกเป็นกลางไม่ อยู่ข้างใคร อย่างไรก็ตาม นายนพดลไม่ได้เดินทางลงมาส่งนายเชลดอนและให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด
ระบุรัฐบาลทำตามคำพิพากษาศาล ปค.
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาใช้แถลงการณ์ร่วมที่นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ไปลงนามร่วมกับรองนายกฯกัมพูชาที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ในการยื่นขอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า สิ่งที่ รมว.ต่างประเทศดำเนินการเป็นความผิดอย่างไร ขอให้บอกมา ขณะนี้รัฐบาลได้ทำทุกอย่างตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง และส่งเรื่องไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้ว ซึ่งได้ทำอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมายทุกอย่าง
โยน ครม.รับผิดปมเขาพระวิหาร
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะตรวจสอบปัญหา การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า หน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ล่าสุดมีคนไทยจำนวนหนึ่งไปเคลื่อนไหวขับไล่ประชาชนกัมพูชาที่ จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวถามว่า องค์การยูเนสโกระบุว่า นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วม ไปตั้งแต่การหารือที่ประเทศฝรั่งเศสในลักษณะยินยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ ร.ท.กุเทพตอบว่า นายนพดลได้ชี้แจงเมื่อครั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ชัดเจนแล้วว่า เมื่อมีการเจรจารัฐมนตรีก็ต้องลงนามตามหน้าที่ ก่อนที่จะนำเรื่องเข้า ครม. เมื่อผ่านขั้นตอนไปแล้ว ถือเป็นความรับผิดชอบของ ครม.ทั้งคณะ ส่วนการที่ศาลปกครองกลางได้สั่งระงับไม่ให้ ครม. ดำเนินการในแถลงการณ์ร่วม ตามมติ ครม.นั้นนายกฯได้เจรจากับกัมพูชาให้เป็นที่เข้าใจเรียบร้อยแล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอีก
อารักขาสถานทูตไทยในพนมเปญ
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ในกรุงพนมเปญ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ค. ว่า รัฐบาลกัมพูชาสั่งระดมกำลังตำรวจปราบจลาจลเฝ้าอารักขาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ หวั่นเกิดความรุนแรง เนื่องมาจากความไม่พอใจของชาวกัมพูชา กรณีการโต้แย้งเรื่องดินแดนบริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งความไม่พอใจดังกล่าวของชาวกัมพูชามีขึ้น ภายหลังรัฐบาลไทยระงับการสนับสนุนกัมพูชาเสนอชื่อประสาทพระวิหารขึ้นบัญชีรายชื่อมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก
หวั่นเขมรแค้นบุกเผาเหมือนปี 46
นายทัช นารุธ หัวหน้าตำรวจกรุงพนมเปญ ระบุทางการกัมพูชาจำเป็นต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสถานทูตไทย เพราะเกรงชาวเขมรหัวรุนแรง อาจบุกเผาทำลายสถานทูตไทย เช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2546 จากกรณีความเข้าใจผิดเรื่องปราสาทนครวัด ส่วนนายเขียว โสเพียก รมว.มหาดไทยของกัมพูชา กล่าว ว่า ตำรวจกัมพูชาได้รับคำสั่งเฝ้าอารักขาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมีรายงานกลุ่มผู้ ประท้วงชาวกัมพูชาหลายพันคน เตรียมชุมนุมเคลื่อนไหวบริเวณหน้าสถานทูตไทย นอกจากนั้น ตำรวจกัมพูชาได้รับคำสั่งเฝ้าอารักขาธุรกิจของคนไทยในกรุงพนมเปญด้วย อย่างไรก็ตาม รมว.มหาดไทยกัมพูชาระบุ เจ้าหน้าที่กัมพูชายังควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้ ส่วนพยานผู้เห็นเหตุการณ์ในกัมพูชาหลายคน ระบุเจ้าหน้าที่ได้เตรียมรถบรรทุกปืนฉีดน้ำดับเพลิงหลายคันจอดอยู่บริเวณด้านนอกสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญด้วย
5 สถานที่ถูกเสนอขึ้นบัญชีมรดกโลก
ส่วนความคืบหน้าการประชุมประจำปี คณะกรรมการพิจารณามรดกโลกของยูเนสโก ที่เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ระหว่างวันที่ 2-10 ก.ค. ผู้เชี่ยวชาญจากชาติสมาชิก 21 ประเทศ อยู่ระหว่างพิจารณาหารือบรรจุสถานที่ใหม่ 45 แห่ง ขึ้นบัญชีรายชื่อมรดกโลก รวมทั้งปราสาทพระวิหารโดยจะประกาศรายชื่อในวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ค. หรือวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. นายโรนี อาเมลาน โฆษกยูเนสโก ระบุการเตรียมเสนอชื่อสถานที่สำคัญเหล่านั้นขึ้นเป็นมรดกโลกถือเป็นงานยุ่งยากอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่ในกลุ่มชาติยากจน ส่วนสถานที่ที่ถูกเสนอชื่อขึ้นบัญชีมรดกโลกครั้งแรก 5 แห่ง ได้แก่ 1.เทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ซูลาเมนตู ของเคอร์กิซสถาน 2.แหล่งเกษตรกรรมคุค เออร์ลี ในปาปัวนิวกินี 3.ศูนย์ประวัติศาสตร์ซาน มาริโนและเทือกเขา ติตาโนในซาน มาริโน 4.โบราณสถานอัลฮิจาร์ของซาอุดีอาระเบีย และ 5.อาณาจักรผู้นำรอยมาตาในวานูอาตู
ต้องมีคุณค่าโดดเด่นถึงถูกพิจารณา
หลักเกณฑ์สำคัญในการยอมรับสถานที่สำคัญขึ้นบัญชีมรดกโลกได้คือ ต้องมีคุณค่าโดดเด่นสากลและมีแผนรองรับการอนุรักษ์ทำนุบำรุงอย่างชัดเจนยั่งยืน ปัจจุบันสถานที่มรดกโลกถูกขึ้นบัญชีมีทั้งหมด 851 แห่ง ใน 141 ประเทศ อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้คณะกรรมการมรดกโลก จะพิจารณาถอดถอนโบราณสถาน เดรสเดน ทางภาคตะวันออกของเยอรมนี ออกจากบัญชีมรดกโลกหรือไม่ด้วย เนื่องจากพบว่ามีการสร้างถนนขนาด 4 ช่องจราจรเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ชีวิตความเป็นอยู่ของค้างคาวหายากพันธุ์เกือกม้าในพื้นที่ นอกจากนั้น คณะกรรมการมรดกโลก จะพิจารณารายชื่อมรดกโลกที่ตกอยู่ในสภาพเสี่ยงอันตรายด้วยอีก 30 แห่ง เพื่อขอทุนจากสหประชาชาติบูรณะปรับปรุง
ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ
|