http://www.siamzab.com ๑ สยามแซบดอทคอม
ถอดถอนออกจากผศ. อจ.หื่นกาม ไม่ให้ไปสอนที่ไหนอีก
 

** ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน **

คดีอื้อฉาวกรณี น.ส.เฟิร์น (นามสมมติ) นักศึกษา ปี 3 คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซ้อนแผนถ่ายคลิปวิดีโอ ขณะถูก ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อาจารย์ คณะศิลปศาสตร์ ลวนลามในห้องพักอาจารย์ นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กระทั่งอาจารย์หื่นถูกสั่งพักราชการและถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง จนต้องปิดบังใบหน้าแอบเข้ามอบตัวปฏิเสธ ข้อกล่าวหานั้น เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ค. ศ.ดร.ประกอบ วิโรจน์กูฏ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวว่า หลักฐานที่นักศึกษาสาวเอาไปแจ้งความมัดตัวอาจารย์คนนี้จนปฏิเสธไม่ได้ ทั้งนี้ เมื่อปี 50 ก็เคยถูกนักศึกษาหญิงคนหนึ่งร้องเรียน แม้หลักฐานไม่เพียงพอ แต่เจ้าตัวรับสารภาพ จึงภาคทัณฑ์ไว้ ขอชื่นชมนักศึกษาหญิงชั้นปี 3 คณะบริหารศาสตร์ ที่มีความกล้าหาญเก็บภาพหลักฐานจนแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์คนนี้ได้

 

 

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ดร.สุธิดา แจ่มใสไวท รองคณบดีคณะบริหารศาสตร์ และนายศรัณย์ วีสเพ็ญ อาจารย์คณะเดียวกัน นำตัว น.ส.หมิว และ น.ส.หนิง (นามสมมติ) นักศึกษาคณะบริหารศาสตร์ ที่ น.ส.เฟิร์น อ้างเป็นพยานว่า เคยเข้าไปพบนายจักรฤทธิ์ที่ห้องพักอาจารย์ด้วยกัน แล้วทั้ง 2 คนถูกนายจักรฤทธิ์ไล่ออกจากห้องไปก่อน รวมทั้งนายบอย (นามสมมติ) อดีตนักศึกษา ที่ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของนายจักรฤทธิ์ ไปพบ พ.ต.ต.รักเกียรติ แย้มบางยาง พนักงานสอบสวน ที่ สภ.วารินชำราบ เพื่อสอบปากคำเป็นพยาน โดยทั้ง 3 คนกล่าวว่า เพื่อให้ความเป็นธรรมกับ น.ส.เฟิร์น และให้กำลังใจว่าไม่ถูกโดดเดี่ยว พวกตนจึงต้องกล้าที่จะออกมาพูด เพราะเรื่องที่ให้การทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ไม่ได้ปั้นแต่งขึ้นมาใส่ร้ายใคร

 

 

ขณะที่ข่าวอื้อฉาวในพฤติกรรมของนายจักรฤทธิ์ อุทโธ ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายเต็มบุญ ศรีธัญรัตน์ นักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลฯ ว่า อยากให้ ศ.ดร.จอมจิน จันทรสกุล นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เข้ามาสืบเสาะหาข้อมูลที่ถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับนักศึกษาผู้เสียหาย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตัว เท่าที่ตนทราบข้อมูลมา รู้สึกว่าเด็กนักศึกษาผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรมจากทางผู้บริหารเท่าที่ควร ไม่มีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการที่สอบวินัยร้ายแรง ส่อความไม่โปร่งใส เพราะทราบว่าไม่มีอาจารย์ประจำคณะบริหารศาสตร์เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

 

 

“สิ่งที่มองว่าทางผู้บริหารช่วยเหลือฝ่ายอาจารย์ ชัดเจนคือ ขั้นแรกทำเพียงพักราชการ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องวินัยร้ายแรง โทษถึงขั้นไล่ออกจากราชการ ซึ่งการพักราชการ ทำให้นายจักรฤทธิ์ยังคงรับเงินเดือนได้อยู่ หากตรวจสอบแล้วไม่มีมูลก็สามารถกลับเข้ารับราชการได้อีก ถ้าเป็นหน่วยงานอื่น คงให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพราะหลักฐานมันชัดเจน และพฤติกรรมของนายจักรฤทธิ์มีมานานแล้ว ไม่รู้ว่าทางฝ่ายผู้บริหารปล่อยให้คนแบบนี้ ลอยหน้าเป็นอาจารย์ คอยตั้งหน้าแต่จะล่วงละเมิดทางเพศกับนักศึกษาชาย-หญิงได้อย่างไร” นายเต็มบุญกล่าว

 

ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดเผยจากนายแม็ค (นามสมมติ) อดีตนักศึกษา ม.อุบลฯ ว่า เมื่อปี 2547 ขณะที่ศึกษาอยู่ ได้ถูกนายจักรฤทธิ์เรียกเข้าไปช่วยทำงานวิจัยแปลหนังสือให้ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย โดยบอกว่าจะมีค่าตอบแทนให้ด้วย ตนจึงชวนเพื่อนไปด้วย นายจักรฤทธิ์ก็ให้เพื่อนไปรอข้างนอก ภายในห้องปิดม่านมิดชิด นายจักรฤทธิ์พูดคุยถามแต่เรื่องส่วนตัวตน ตาก็จ้องมองที่จอคอมพิวเตอร์ มือกุมที่เป้ากางเกง จึงถามว่า “อาจารย์ดูเว็บโป๊ใช่มั้ย” นายจักรฤทธิ์ตอบว่าใช่ และถามกลับว่าเคยดูหรือไม่ ตนตอบไปว่าเคยดูบ้าง นายจักรฤทธิ์ก็ลุกจากโต๊ะเดินมาด้านหลังตน โอบกอดซุกไซร้ ที่ซอกคอ ใช้มือล้วงจับนมและจับเป้ากางเกง ตนตกใจมากและวิ่งหนีออกมาได้ อีกครั้งไปเจอนายจักรฤทธิ์ที่ผับหน้ามหาวิทยาลัย ก็ถูกนายจักรฤทธิ์ล้วงจับเป้ากางเกงอีก จึงรีบหนีออกจากผับทันที

 

 

นายวัฒนา เซ่งไพเราะ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปพิจารณา หากผลสรุปของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย กรณีนายจักรฤทธิ์ อุทโธ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ลวนลามนักศึกษาหญิงแลกกับเกรดออกมาว่าต้องได้รับโทษทางวินัยขั้นร้ายแรง ก็ให้ สกอ.ถอดถอนตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ซึ่งเป็นตำแหน่งทางวิชาการของนายจักรฤทธิ์ด้วย เพื่อไม่ให้ไปเป็นครูอาจารย์ที่ไหนได้อีก รวมทั้งขอให้ สกอ.ศึกษาข้อกฎหมายถึงความเป็นไปได้ที่จะตามไปถอดตำแหน่งทางวิชาการกับผู้ที่เคยถูกลงโทษทางวินัยขั้นร้ายแรงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ หรือผู้ที่ได้รับโทษวินัยร้ายแรง เพราะไม่สมควรกลับมาเป็นครูอาจารย์อีก

 

 

โฆษกกระทรวงศึกษาธิการกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการไปยัง ม.อุบลราชธานี ให้ประสานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจาก ป.ป.ช.ได้ขอหลักฐานการกระทำผิดของอาจารย์คนดังกล่าวจากพนักงานสอบสวน เพราะ ป.ป.ช.เห็นว่าการขอหลับนอนกับนักศึกษาแลกเกรดนั้น เข้าข่ายการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแลกกับผลประโยชน์ของตนเอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีโทษจำคุกตลอดชีวิต และไม่สามารถยอมความได้ ไม่ใช่แค่อนาจารเท่านั้น ซึ่งหาก ป.ป.ช.ฟันธงว่าเข้าข่ายความผิดดังกล่าวจริง ก็จะเป็นบรรทัดฐานที่จะถือปฏิบัติต่อไป และเชื่อว่าจะทำให้มีผู้เสียหายคนอื่นๆ กล้าออกมาเปิดเผยกรณีถูกกระทำทางเพศจากผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าอีกมาก

 

 

“การล่วงละเมิดทางเพศมีอยู่ในทุกที่ แต่สถาบันการศึกษาไม่เปิดเผย เพราะกลัวเสียชื่อเสียงและเพื่อนอาจารย์ไม่กล้ายุ่งเกี่ยว เห็นได้จากกรณีนักศึกษา ม.อุบลฯ ไปปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว แต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ จึงต้องปรึกษากับตำรวจ ดังนั้น ได้ให้ สกอ.ประสานสภา ม.อุบลฯ ตั้งกรรมการสอบอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนกรณีมีข่าวอาจารย์โทรศัพท์ไปข่มขู่นักศึกษานั้น ขอให้ ม.อุบลฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีก็ต้องตั้งกรรมการสอบอาจารย์ท่านนั้นด้วย และให้ตำรวจขยายผล ทั้งนี้ ยังได้ให้ สกอ.ประสานสภามหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาตรการที่ให้เส้นแบ่งระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาห่างกันชัดเจนและเป็นรูปธรรม เช่น จัดห้องกลางให้อาจารย์พบนักศึกษา หากไม่ปฏิบัติตาม สกอ.จะไม่รับรองวิทยฐานะมหาวิทยาลัยให้ โดยนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาธิการ จะนัดเจอนักศึกษาหญิงผู้เสียหายเพื่อให้กำลังใจ และหากต้องการเปลี่ยนที่เรียนเพราะรู้สึกกดดันก็จะดำเนินการให้” นายวัฒนากล่าว

 

 

นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวถึงการถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของนายจักรฤทธิ์ว่า ส่วนตัวเห็นว่าถึงแม้จะไม่ถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการ แต่ในความเป็นจริง ถ้าข้าราชการอุดมศึกษากระทำผิดร้ายแรงและมีการลงโทษทางวินัยร้ายแรงคือไล่ออกหรือปลดออก ถือว่าขาดคุณสมบัติของการเป็นอาจารย์และไม่สามารถจะกลับมารับราชการอยู่แล้ว รวมทั้งยังเป็นชนักติดตัว จะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครอยากรับเข้าทำงาน ส่วนที่ว่าบุคคลเหล่านี้อาจจะไปทำงานเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยของรัฐหรือมหาวิทยาลัยเอกชนได้นั้น เรื่องนี้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยนั้นๆที่จะพิจารณา

 

 

“จะขอความร่วมมือไปยังสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งว่า ไม่ควรรับคนเหล่านี้เข้าทำงาน เพราะขาดคุณสมบัติการเป็นอาจารย์ และขอให้ทุกสถาบันทั้งรัฐและเอกชน สำรวจบุคลากรที่กระทำผิดขั้นร้ายแรงถึงไล่ออกหรือปลดออก ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2549-2550 ว่ามีเท่าใด ใครบ้าง และแจ้งมาที่ สกอ. เพื่อเป็นข้อมูลกลางให้แต่ละมหาวิทยาลัยใช้เป็นข้อมูลคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน ทั้งนี้ สกอ.มีประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) ว่าด้วยเรื่องการกระทำผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง ซึ่งรวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศหรือมีสัมพันธ์ทางเพศกับนักศึกษา ซึ่งมิใช่คู่สมรสของตนและยังมีประกาศ ก.พ.อ. เรื่องมาตรฐานการลงโทษทางวินัยข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ที่ชัดเจนเช่นกันว่า ผู้ที่กระทำผิดจรรยาบรรณร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษไล่ออกหรือปลดออกได้ทันที” เลขาฯ กกอ.กล่าว

 

 

นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. ได้พิจารณากรณี นายจักรฤทธิ์ อุทโธ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ม.อุบลราชธานี กระทำอนาจารนักศึกษาสาว เบื้องต้นเห็นว่าการที่นายจักรฤทธิ์ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ม.อุบลฯ ให้รับผิดชอบในการสอน บรรยาย และประเมินพิจารณาให้คะแนนแก่นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา แต่กลับใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้นักศึกษาสาวผู้หนึ่งยินยอมให้คบหาทางชู้สาวและมีเพศสัมพันธ์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการให้เกรดในรายวิชาที่เป็นผู้สอน แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะยังไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับนักศึกษาสาวผู้นั้นก็ตาม แต่การกระทำของผู้ถูกกล่าวหา นอกจากเป็นการทำอนาจารกับนักศึกษาสาวแล้ว ยังเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ซึ่งประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง ดังนั้น ป.ป.ช. จึงมีมติรับเรื่องนายจักรฤทธิ์ไว้พิจารณา โดยส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ ดำเนินการต่อไป

 

 

ด้านนายทองใบ ทองเปาด์ ทนายความชื่อดัง กล่าวว่า ได้รับรู้ข่าวแล้วไม่สบายใจ และรู้สึกเห็นใจนักศึกษาหญิงผู้เสียหาย ที่ถูกอาจารย์และเพื่อนนักศึกษาในสถาบันบางส่วนที่ไม่เข้าใจแสดงท่าทีรังเกียจ ทั้งที่นักศึกษาหญิงผู้นี้เป็นผู้กล้าหาญ กล้าออกมาเปิดเผยพฤติกรรมไม่เหมาะสมของอาจารย์ชายคนดังกล่าว ดังนั้น ตนและ น.ส.มนัสนันท์ พงศ์นรวิชญ์ ทนายความหญิง ที่เคยทำคดีในลักษณะเช่นนี้ มาแล้วหลายคดี ยินดีจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาในด้านข้อกฎหมายต่างๆ โดยตนจะเดินทางไป จ.อุบลราชธานี ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ หากทางผู้เสียหายประสงค์ จะให้ตนช่วยเหลือด้านคดี ขอให้ติดต่อประสานมาได้ทันที

 

 

นายวัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษาศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาบุคลิกภาพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร กล่าวถึงกรณีอาจารย์ยื่นข้อเสนอขอร่วมหลับนอนกับนักศึกษาเพื่อแลกเกรด และครูในโรงเรียนทำความรุนแรงกับเด็กนักเรียนว่า ควรจะให้คนที่จะมาเป็นครู อาจารย์ ต้องตรวจสอบสุขภาพจิตก่อน ซึ่งปัจจุบันพบว่าครู อาจารย์ ที่สอนในระดับมหาวิทยาลัยมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตมากที่สุด ทั้งปัญหาเรื่องจิตเสริม ผิดปกติ และไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ส่วนหนึ่งของปัญหาดังกล่าวเกิดจากเมืองไทยมีค่านิยมเห่อใบปริญญาจากต่างประเทศ คนจบด็อกเตอร์จากต่างประเทศมาก็รับไว้เป็นอาจารย์ โดยไม่มีการตรวจสุขภาพจิต ทำให้เกิดปัญหาตามมา

 

 

“ปัญหาการคุกคามทางเพศกับนักศึกษามีมาทุกยุคทุกสมัย ขณะนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ครูลวนลามเด็กอย่างเดียวแล้ว การคุกคามทางเพศมีตั้งแต่ระดับประถม เช่น ครูเอาเด็กมานั่งตัก มานั่งตรงอวัยวะเพศ ใครเห็นก็อาจไม่ได้คิดอะไร แต่นั่นเป็นการสำเร็จความใคร่ ซึ่งเด็กระดับนี้ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ส่วนระดับนักศึกษาก็ต้องยอมรับว่า ปัญหาเกิดจากตัวนักศึกษาซึ่งชอบแต่งตัวเปรี้ยว บางครั้งก็มีนักศึกษามาเสนอขอมีความสัมพันธ์เพื่อแลกเกรดเอง และยังพบว่าอาจารย์หญิงลวนลามนักศึกษาชาย แต่ที่ไม่เปิดเผยเพราะนักศึกษาชายไม่เสียหาย ดังนั้น ขอเสนอให้มีการตรวจสุขภาพจิตอาจารย์ก่อนรับเข้าทำงาน ซึ่งในทางจิตวิทยามีแบบทดสอบ โดยตรวจสอบจาก 1. ตรวจบุคลิกภาพ ว่าเป็นคนเจ้าอารมณ์ เก็บกด และชอบความรุนแรงหรือไม่ 2. เป็นโรคประสาท โรคจิต เบี่ยงเบนทางเพศ และมีแนวโน้มจะเป็นฆาตกรหรือไม่ ขณะนี้มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งก็มีการตรวจสุขภาพจิตคนที่จะเข้ามาเป็นอาจารย์แล้ว” นายวัลลภกล่าว

 

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ




 
  4 July 2008 - 06:04 Delete  



  แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ : ถอดถอนออกจากผศ. อจ.หื่นกาม ไม่ให้ไปสอนที่ไหนอีก  
 
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ webmaster@siamzab.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป