** ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน **
ชักบานปลาย! สื่อ 'เขมร' กระพือข่าว 'ไทย' ประกาศสงคราม
สื่อเขมรกระพือข่าวไทยยกเลิกสนับสนุนการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเท่ากับประกาศ สงครามกับกัมพูชายกเลิกแถลงการณ์ร่วมเท่ากับการตัดสัมพันธ์ทางการทูตทางอ้อม เอเอฟพีรายงาน ตร.ปราบจราจลเข้าอารักขาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญ หวั่นม็อบประท้วงหลังไทยระงับการสนับสนุนขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ทางการกัมพูชาได้จัดส่งตำรวจปราบจลาจลเข้าไปประจำการบริเวณสถานทูตไทยประจำ กรุงพนมเปญ เพราะหวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงจากการประท้วงของชาวกัมพูชาหลัง
รัฐบาลไทยระงับการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกไปก่อน หน้านี้ ทั้งนี้ ทุช นารุธ หัวหน้าสำนักงานตำรวจกัมพูชาเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปประจำการเพื่อให้ความคุ้มครองต่อสถานทูต
เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่ดีกับสถานทูตเหมือนเมื่อครั้งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2548 มาแล้วโดยเมื่อปี 2548 ชาวกัมพูชาก่อจลาจลเผาสถานทูตไทยและธุรกิจของคนไทยในกัมพูชา พร้อมปล้นสะดมภ์ก่อให้เกิดความเสียหายไปไม่น้อย
พล.อ.เขียว โสภาค โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชากล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลถูกส่งไปประจำการหลังจากทางกระทรวงได้รับรายงาน ว่า ชาวกัมพูชาหลายพันคนเตรียมชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าสถานทูตไทย โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งให้ประจำการอยู่ในจุดอารักขาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความคุ้มครองผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ
"เราป้องกันไม่ให้เกิดการประท้วงใดๆขึ้น เราจะป้องกันไม่ให้เกิดอะไรที่ไม่ดีเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับสถานทูตไทย เมื่อปี 2548ขึ้น " พล.อ.เขียว โสภาคกล่าวพร้อมกับเสริมว่าสถานการณ์ในเวลานี้ยังคงอยู่ความควบคุมทุกอย่าง
เอเอฟพีรายงานว่าผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่ามีตำรวจหน่วยปราบจลาจลประจำการ อยู่ด้านนอกที่ทำการสถานทูตโดยมีรถดับเพลิงสำหรับสลายมวลชนเตรียมพร้อมอยู่ ด้วยหลายคัน
ในขณะที่สื่อมวลชนกัมพูชาเสนอข่าวความคืบหน้าหลังคณะรัฐมนตรีไทยมีมติปฎิ บัติตามคำสั่งศาลปกครองโดยยกเลิกการให้การสนับสนุนกัมพูชาอย่างกว้างขวาง โดยหนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชาระบุว่า
รัฐบาลกัมพูชาได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทยที่ปฏิเสธการให้การ สนับสนุนกัมพูชาตามแถลงการณ์ร่วมระหว่างกันแล้ว แต่ไม่สนใจที่ไทยประกาศให้แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นโมฆะ เพราะปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาและอยู่ในดินแดนกัมพูชา
ขณะที่องค์กรศูนย์วัฒนธรรมและศีลธรรมสังคมแห่งชาติของกัมพูชาประกาศจะ ยื่นขออนุญาตจัดการชุมนุมซึ่งมีผู้เข้าร่วมราว 3,000-5,000 คน โดยจะเดินขบวนจากวิมานเอกราชไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญ เพื่อแสดงความรู้สึกของชาวกัมพูชาว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา หากคนไทยจะคัดค้านการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกก็แสดงว่าไม่เคารพการตัดสินของศาล โลก
รัศมีกัมพูชารายงานโดยอ้างคำพูดของผู้บังคับการตำรวจกรุงพนมเปญยืนยันว่า จะไม่ยอมให้มีการเดินขบวนใดๆ ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมระบุด้วยว่าหากมีการเดินขบวนจริงตำรวจก็จะทำการจับกุม
"เราจะไม่ปล่อยให้มีการต่อว่าอย่างผิดกฎหมายเกิดขึ้นเด็ดขาด เพราะเราเคยมีบทเรียนจากการที่กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปทำลายสถานทูต และบริษัทของไทยในพนมเปญ ทำให้รัฐบาลกัมพูชาต้องจ่ายเงินชดเชยหลายล้านดอลลาร์"
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชายืนยันว่า ทางการกัมพูชาจะคุ้มครองความปลอดภัยให้กับสถานทูตไทย คนไทย และผลประโยชน์ของไทยในกัมพูชา โดยนายเขียว สุเพีย โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา รับว่า ได้ข่าวไม่สู้ดีเกี่ยวกับความปลอดภัยของสถานทูตและประชาชนไทย จึงวางกำลังเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้าย แต่รับประกันความปลอดภัยว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ด้านหนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพรายงานว่า มีการเพิ่มกำลังตำรวจปราบจราจลอยู่ภายนอกสถานทูตไทยประมาณ 20 นายพร้อมกระบองไฟฟ้า กุญแจมือ และอาวุธครบมือ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีการปลุกกระแสความโกรธเคืองไปตามระบบสื่อสารโทร คมนาคมของกัมพูชาด้วย แต่สถานการณ์ทั่วไปยังอยู่ในความสงบ
ส่วนหนังสือพิมพ์มนสิการแขมร์ถึงกับระบุว่า การประกาศยกเลิกการสนับสนุนการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่ฝ่าย เดียวของไทย เท่ากับเป็นการประกาศสงคราม โดยนักการทูตบางคนตั้งข้อสังเกตว่า การประกาศยกเลิกข้อตกลงใดๆ ระหว่างประเทศเป็นเสมือนการตัดความสัมพันธ์ทางการทูตโดยทางอ้อม
แต่รัฐบาลไทยทำเช่นนั้นได้เพราะเคารพการตัดสินใจของประชาชนผ่านฝ่ายค้าน แต่หากเป็นกัมพูชาคงต้องถูกจับเข้าคุก นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่ามีข่าวลือว่ามีการเตรียมการเพื่อประท้วงไทยในเร็วๆ นี้หากการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารล้มเหลว เพราะไทยเตรียมคัดค้านในการประชุมที่เมืองควิเบคของแคนาดา
หนังสือพิมพ์รัศมีกัมพูชาอ้างเจ้าหน้าที่กัมพูชาที่ไม่เปิดเผยชื่อว่า กัมพูชาไม่ประหลาดใจกับการถอนการสนับสนุนของไทย ซึ่งเคยคัดค้านการขอขึ้นทะเบียนมาแล้ว แต่กัมพูชายังเชื่อว่าจะโชคดีเพราะการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดก โลกไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่กัมพูชาเห็นว่าปราสาทพระวิหารเป็นสมบัติของมนุษยชาติ และขอให้ชาวกัมพูชาตระหนักถึงความเป็นคนที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และมีวัฒนธรรม
ทั้งนี้คณะกรรมการมรดกโลกได้เห็นชอบในหลักการที่จะบรรจุปราสาทพระวิหารใน บัญชีมรดกโลกแล้วตั้งแต่การประชุมที่นิวซีแลนด์ เพียงแต่กัมพูชาต้องทำรายงานและแผนการอนุรักษ์ให้เรียบร้อยเท่านั้น และกัมพูชาได้แสดงความจริงใจในฐานะประเทศข้างเคียงไทย
โดยได้รับประกันอย่างชัดเจนว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารคจะไม่ทำให้ไทยสูญเสียดินแดน กัมพูชาจึงได้ทำแผนที่ขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกใหม่ซึ่งไทยก็ได้ให้ความเห็นชอบ แล้ว คณะกรรมการมรดกโลกจึงต้องเข้าใจว่า กัมพูชาได้ทำสิ่งที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เพื่อให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
ส่วนที่นครควิเบค ประเทศแคนาดา สถานที่จัดการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 32 ระหว่างวันที่ 2-10 กรกฎาคม เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 400 ปี ซึ่งทำให้ควิเบคเป็นเมืองที่มีผู้อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดในภาคพื้น อเมริกาเหนือ
โดยหลังจากพิธีการต้อนรับจากเจ้าภาพต่อผู้เข้าร่วมประชุมในวันที่ 2 กรกฎาคมแล้ว การประชุมที่เป็นสารัตถะเริ่มหารือกันในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ และจะเข้าสู่วาระสำคัญคือการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของประเทศต่างๆ อีก 45 แห่ง รวมทั้งปราสาทพระวิหารของกัมพูชาในระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคม
โดยผลการพิจารณาจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กรกฎาคม ซึ่งนายรอนนี่ อามีลัน โฆษกขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ระบุว่าเป็นวาระสำคัญที่เป็นหัวใจของการประชุม จนถึงขณะนี้ ยูเนสโก ขึ้นทะเบียนสถานที่ต่างๆเป็นมรดกโลกไปแล้ว 851 แหล่ง ใน 141 ประเทศ และจะพิจารณาเพื่อชี้ขาดในการประชุมครั้งนี้อีก 45 แหล่งจาก 40 ประเทศ
ที่มาจากหนังสือพิมพ์ 
|