http://www.siamzab.com ๑ สยามแซบดอทคอม
ให้5หมื่นนําจับ โจรปล้นแบงก์
 

** ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน **

กรณีคนร้ายบุกเดี่ยวจี้ชิงเงินจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาโรจนะ เลขที่ 90/3 ถนนโรจนะ หมู่ 1 ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา กวาดเอาเงินสดกว่า 3 แสนบาทหลบหนีลอยนวล เมื่อช่วงสามโมงเย็นวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุตำรวจระดมกำลังออกติดตามไล่ล่าคนร้ายเร่งด่วนแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อตอนสายวันที่ 4 ก.ค. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธาตรี ตั้งโสภณ รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา และกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งเดินทางไปที่เกิดเหตุอีกครั้ง สอบปากคำพยานเป็นพนักงานธนาคารเพิ่มเติม เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายโดยใช้เวลานานประมาณ 30 นาที จากนั้นเดินทางไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าประชุมร่วมกับ พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยาและชุดสืบสวน

 

 

ในการประชุมตำรวจได้เชิญกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เกิดเหตุและใกล้เคียงกว่า 100 คัน มาขอความร่วมมือช่วยเป็นแหล่งข่าวติดตามหาเบาะแสของคนร้ายอีกทางหนึ่ง โดยนำเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานลักษณะใกล้เคียงกับคนร้ายตามภาพที่กล้องวงจรปิดของธนาคารบันทึกไว้ มาจำลองเป็นต้นแบบพร้อมกันนี้ทางตำรวจยังได้ตั้งเงินรางวัลนำจับไว้จำนวน 50,000 บาท แก่ผู้ชี้เบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมคนร้าย ขณะเดียวกันตำรวจยังได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปิดดูอีกครั้งเพื่อประมวลเหตุการณ์อย่างละเอียด ทำให้ทราบว่าคนร้ายสวมหมวกกันน็อก ก่อนจะเปิดประตูกระจกเข้าไปในธนาคารลงมือจี้ชิงเงิน นอกจากนี้ที่ประชุมยังให้ความสนใจพยานแวดล้อมที่ปรากฏในภาพทั้งหมด โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในภาพ เพื่อจะได้ติดตามมาเป็นพยานด้วย

 

 

พล.ต.ต.นเรศ นันทโชติ ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจพอจะทราบข้อมูลเบาะแสของคนร้ายบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก ส่วนกรณีที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเกลือเป็นหนอนนั้น ตนเองยังไม่ขอสรุป คงต้องรอพนักงานสอบสวนสอบปากคำพนักงานธนาคารให้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้สอบพยานรวมทั้งพนักงานธนาคารไปแล้วประมาณ 7-8 ปาก เชื่อว่าการที่คนร้ายก่อเหตุได้ง่ายดายขนาดนี้น่าจะมีข้อมูลของธนาคารมากพอสมควร หลังเกิดเหตุส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปขอข้อมูลตามโรงพยาบาลต่างๆในจังหวัด เนื่องจากขณะที่คนร้ายลงมือบอกกับพนักงานของธนาคารว่าต้องการนำเงินไปรักษาคนไข้ เพราะสังคมในปัจจุบันไม่มีความยุติธรรม สำหรับยอดเงินสดที่คนร้ายเอาไปได้รับแจ้งจากทางธนาคารว่ามีทั้งหมด 599,900 บาท อย่างไรก็ตามได้ตั้งรางวัลเป็นเงิน 50,000 บาท กับผู้ชี้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม

 

 

ส่วนกรณีคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปใช้อาวุธปืนชิงเงินสด 3.5 แสนบาท ธนาคารนครหลวงไทย สาขาสามย่าน ถนนพระราม 4 ท้องที่ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมาในช่วงสายวันที่ 4 ก.ค. พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.6 เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำพยานในละแวกใกล้เคียงทราบว่าคนร้ายมาด้วยกัน 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเขียว ติดแผ่นป้ายทะเบียน แต่ไม่มีใครจำเลขทะเบียนได้เป็นพาหนะ โดยพวกที่มาด้วยกัน เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์รูปร่างอ้วนดำ ไว้ผมยาวและเกล้ามวยผม พยานเห็นทั้งคู่เคยมาดูลาดเลาก่อนหน้านี้ประมาณ 1 สัปดาห์ และในวันนี้ตำรวจได้ภาพจากทีวีวงจรปิดอีกตัวหนึ่ง ในซอยจุฬา 13 เดินไปยังซอย 15 เห็นใบหน้าคนร้ายที่ก่อเหตุได้ชัดเจน จึงประสานให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับแล้ว

 

 

ด้าน ร.ต.ท.สมเกียรติ รวมเงิน พงส. (สบ 1) สน.ปทุมวัน ร้อยเวรเจ้าของคดี เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ปีเศษ จากศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ 726/2551 ลงวันที่ 3 ก.ค. ข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน และกระทำโดยไม่ให้คนอื่นเห็นหน้าหรือจดจำได้ หลังจากที่สอบสวนพยาน 4 ปาก ประกอบด้วยลูกค้าที่มาใช้บริการและพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ ทั้ง 4 คนให้การว่าสามารถจดจำใบหน้าคนร้ายที่เดินเข้ามาในธนาคารก่อนที่จะสวมหมวกปิดบังใบหน้า จึงได้ทำการสเกตช์ภาพคนร้ายออกมาเพื่อใช้ในการติดตามตัวคนร้าย

 

 

เย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.เรืองศักดิ์ จริตเอก รองโฆษก สตช.แถลงว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.ได้มีหนังสือคำสั่งไปถึง ผบช.น. ผบช.ภ.1-9 และ ผบช.ก. กำชับให้ดำเนินการ 7 มาตรการเพื่อป้องกันเหตุปล้นธนาคาร-ร้านทอง โดย 1. ให้เพิ่มความถี่ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่ล่อแหลมที่บริเวณตั้งธนาคารร้านทองและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้เป็นเส้นทางก่ออาชญากรรม 2. ให้สืบสวนหาข่าวเบาะแสกลุ่มแก๊งที่คาดว่าจะมีโอกาสกระทำความผิดคดีเกี่ยวกับทรัพย์ 3. กำหนดแผนให้ฝ่ายจราจรร่วมในการป้องกันเหตุและสกัดจับ 4. ให้สายตรวจในความรับผิดชอบของ บก.ป. บก.ปพ. บช.น.เพิ่มความเข้มเน้นการตรวจพื้นที่ธนาคาร ร้านทอง และร้านสะดวกซื้อ 5. ประชาสัมพันธ์ ผู้ประกอบการพิจารณาติดตั้งกล้องวงจรปิด ติดตั้งสัญญาณเตือนภัย 6. ให้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ และ 7. ให้ปฏิบัติตามคำสั่งนี้อย่างเคร่งครัด

 

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ




 
  5 July 2008 - 09:46 Delete  



  แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ : ให้5หมื่นนําจับ โจรปล้นแบงก์  
 
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ webmaster@siamzab.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป