http://www.siamzab.com ๑ สยามแซบดอทคอม
"ตั้ว" ซัด "ศรราม" หากไม่รู้จริงอย่าโยนบาปให้คนอื่น บอก ใครทำอะไรสังคมจะพิพากษาเอง
** ส่งเรื่องนี้ให้เพื่อน **
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายสนธิ ลิ้มทองกุล เดินมาจับแขนศรัณยูชูขึ้น
"ตั้ว ศรัณยู" เดือด! จวก "ศรราม" บนเวทีพันธมิตร ถ้าไม่รู้ความจริงอย่าเ_ ือกพูดออกมา สัจจะลูกผู้ชาย หากการขึ้นเวทีพันธมิตรทำให้ในหลวงบรรทมไม่หลับ ให้เอาตนไปตัดหัวได้เลย สวนกลับ มาในฐานะพลเมืองไทยที่เทิดทูนคุณแผ่นดิน ไม่เคยใช้ความเป็นดาราหากิน เจ้าตัวย้ำ เคารพในความคิดต่าง เพียงแต่ผิดหวังที่พระเอกรุ่นน้องโยนบาปให้คนอื่น โดยที่ไม่รู้ความจริง
ทำเอา
"ตั้ว ศรัณยู วงศ์กระจ่าง"
ถึงกับควันออกหูทันทีที่ได้ยิน
"หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์"
พระเอกรุ่นน้อง ให้สัมภาษณ์โจมตีดาราที่ขึ้นเวทีพันธมิตร ว่าคงคิดต่างจากตน และคงอยากทำให้ในหลวงบรรทมไม่หลับ เจ้าตัวสวนกลับทันควัน หากรู้ไม่จริงอย่าพูดซะดีกว่า บอก เคารพในการตัดสินใจและความจำเป็นของคนอื่นมาโดยตลอด เพียงแต่ครั้งนี้ทนไม่ไหวที่พระเอกรุ่นน้องทำตัวโยนบาปให้คนอื่น แต่ยังใจกว้าง ออกปากวอนผู้ชุมนุมหยุดซ้ำเติม บอกใครทำอะไรสังคมจะเป็นคนพิพากษาเอง
ความรู้สึกจริงๆ คือผิดหวัง มันมีความรู้สึกที่แยกแยะในรายละเอียดได้หลายๆ ความรู้สึกนะครับ แต่ถ้าจับมารวมๆ กันมันก็คงใช้คำว่าผิดหวังน่าจะครอบคลุมทุกอย่าง เพราะว่ามันหลายแง่มุม ในแง่มุมที่คิดอย่างนั้นคือ ถ้าคนที่เป็นคนในสังคม คนที่จะไม่เห็นด้วยแล้วก็โจมตีกันอย่างรุนแรงเนี่ย มันมักจะเป็นซีกของผู้มีส่วนได้เสียทางการเมือง ถึงจะทำได้ขนาดนี้ แต่ในฐานะน้องที่อยู่ในวงการบันเทิง จะแสดงความรู้สึกที่ไม่เห็นด้วย แล้วก็จากความรู้สึกตรงข้ามอย่างรุนแรง โดยล่วงล้ำไปถึงขนาดใช้ค่าว่า สิ่งที่ดาราในความหมายของเขาพูดนั้นทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนอนไม่หลับ คือคนเรามันคิดต่างกันได้ แต่ความคิดต่างกัน เมื่อเราไม่เห็นด้วย ก็ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ แค่นั้นก็น่าจะเข้าใจนะครับ
อย่างที่ผมมาที่นี่ หลายๆ คนบอกว่าน่าจะชวนนักแสดงดาราคนโน้นคนนี้มา ผมก็บอกกับทุกคนว่าของอย่างนี้มันชวนกันไม่ได้ มันต้องเป็นความศรัทธา ไม่เคยชวนใคร แล้วก็เวลามีการสัมภาษณ์ จะเห็นว่าหลายๆ ที่ก็เรียกร้องทำไมดารานักแสดงไม่มากันบ้าง ผมไม่เคยพูดอย่างนั้นเลย
ผมพูดด้วยความเข้าใจตลอดว่า อาชีพนักแสดง แต่ละคนอยู่ในเงื่อนไขที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นผมเคารพ แล้วก็เข้าใจในความรู้สึก และเหตุผลการตัดสินใจของแต่ละคน ทุกคนมีปัจจัยที่ต่างกัน และผมไม่เคยละเมิดล่วงเกิน ฉะนั้นพอเป็นหนุ่ม ซึ่งเป็นคนในวงการบันเทิง พูดด้วยความรู้สึกนี้ด้วย แล้วยิ่งเห็นในคลิปด้วยหน้าตาอย่างนี้ มันก็เลยผิดหวัง
คือถ้าหนุ่มบอกว่าไม่เห็นด้วยแล้วไม่มาก็ไม่มีใครว่า สามารถทำอย่างนั้นได้ เหมือนที่ผมมาผมก็ไม่ได้ว่าคนที่ไม่มา มันก็น่าจะจบได้แค่นั้น แต่นี่พอใส่อารมณ์ขนาดนั้น มุ่งไปที่คำว่าดาราก็เลยรู้สึกว่าทำไมมองกันอย่างนี้ ซึ่งเหมือนกับที่ผมพูดบนเวที ว่าที่ผมมานี้ไม่ได้ใช้ความเป็นดารานี้เลย แล้วผมก็ไม่เคย คือถ้าจะพูดเหมือนที่นักการเมืองพูดกัน ที่หนุ่มพูดว่าหนุ่มทำงานให้ในหลวง หลายๆ คนที่นี่ก็ทำอย่างนี้ โดยไม่เอาตรงนั้นมาเป็นข้ออ้างอะไรทั้งสิ้น ฉะนั้นมันก็คือความผิดหวังว่าทำไมพูดอย่างนี้
ก็พยายามคุมความรู้สึกตัวเองว่าไม่อยากให้เลยเถิดไปกว่านี้ เพราะว่าเป็นน้องเป็นนุ่งในวงการบันเทิงเหมือนกัน
คือถ้าสื่อสารตรงนี้ไปถึงหนุ่มก็จะบอกว่า ให้หนุ่มเข้าใจเสียใหม่ เราคิดต่างกันได้แต่ว่ามันไม่น่าจะซัดทอดกันขนาดนี้ ในมุมผมคิดว่าข้อมูลที่หนุ่มได้รับมาอาจจะไม่เพียงพอ อาจจะมีข้อมูลไม่ชัดเจนนะครับ เข้าใจอะไรไปเอง คือถ้าจะชี้ในแง่เป็นพี่เป็นน้องก็คือ หนุ่มไม่ต้องเชื่อพี่ ไม่ต้องเห็นดีด้วยก็ได้ ลองเปิดตัวเองหาข้อมูลเยอะๆ เมื่อได้ข้อมูลเยอะๆ แล้วตัดสินใจยังไงก็แล้วแต่ เมื่อตัดสินใจแล้วก็เป็นสิทธิ์ เป็นปัจเจกที่หนุ่มจะคิดยังไงก็ได้ แต่ว่าซัดทอดอย่างนี้ไม่ดี
ถ้าหนุ่มพูดทั้งมวลผมยังจะไม่รู้สึก คือการไม่เห็นด้วยแล้วมองภาพรวม แต่นี่มุ่งไปที่ดารา รู้สึกว่าหนุ่มคิดยังไงกับอาชีพดาราที่หนุ่มเลือก ผมผิดหวังตรงนี้มากกว่า
มันมีอารมณ์เพราะอย่างที่บอกว่ามันรู้สึกจริงๆ และก็พยายามคุมตัวเองไม่ให้โกรธ แต่ว่ามันยากที่จะอธิบายแล้ว คือไม่รู้สิ ก็อยากให้เข้าใจ หลังจากนี้ผมก็ไม่เอามาเป็นสาระมาเป็นความสำคัญ ก็ไม่ให้ค่าตรงนี้ ก็ผ่านไปก็เท่านั้นเอง สังคมก็ตัดสินกันไป คือบทสุดท้ายในการต่อสู้ทางความคิดมันจะมีแพ้หรือชนะ ในซีกที่ผมเห็นดีด้วยอาจจะแพ้หรือชนะก็แล้วแต่ แต่ผมอยากให้เข้าใจว่า การที่ความคิดเห็นต่างกัน ความจริงสังคมจะเดินหน้าได้เมื่อมันมีคำตอบว่าจะไปทางไหน มันไปทางไหนเราก็เคารพตรงนั้น เพียงแต่วันที่มันมีความเห็นต่าง แล้วก็เอาความเห็นกับความรู้สึกมาตีแผ่ มันไม่ควรล่วงเกินกัน คือไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แค่นั้นเอง แล้วก็รอดูว่าสุดท้ายเป็นยังไง
ผมแค่อยากจะบอกว่าการแสดงความคิดอย่างนี้ แล้วมุ่งมาที่อาชีพดารา ผมว่าไม่ถูก ที่สำคัญคืออย่าคิดว่าผมมาที่นี่เพราะผมเป็นดารา ไม่ใช่นะ โปรดเข้าใจซะใหม่ ผมอยู่กับคนมาตั้งเท่าไหร่กว่าจะขึ้นมาบนเวทีนี้ มันคือมวลชนที่คิดเห็นตรงกันเท่านั้นเอง เมื่อใครคิดต่างก็อยู่ในมุมคิดต่าง แต่ผมก็อยู่กับคนที่คิดเหมือนกันเท่านั้นก็จบ แล้วรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคุณเลือกอยู่เงียบก็ได้ แต่ผมไม่ขออยู่เงียบ ขอแสดงความรู้สึกร่วมกับคนอื่นด้วย ก็คอยดูบั้นปลายว่าจะไปทางไหนแค่นั้นจบ
ยังไงก็ยังอยู่ในวงการเดียวกัน เจอกันผมก็ทำงานได้ ก็รู้ว่าหนุ่มคิดอย่างนี้ ผมคิดอย่างนี้ ก็แยกกันไว้ ผมทำงานหลายๆ คนก็คิดต่าง ผมก็แยกออกไปก่อน แค่นั้นเอง แต่วันนี้ส่วนหนึ่งคือบรรยากาศความรู้สึกที่ทุกคนรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ รู้สึกว่าผมควรพูดแทนสักนิด อย่างน้อยแสดงให้เห็นว่า การที่คุณพูดอย่างนี้ มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึก เฮ้ยแย่แล้วหรืออะไร แต่แค่รู้สึกผิดหวังในความคิดของน้องชายครับ
ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์
5 July 2008 - 10:41
พ
  แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ :
"ตั้ว" ซัด "ศรราม" หากไม่รู้จริงอย่าโยนบาปให้คนอื่น บอก ใครทำอะไรสังคมจะพิพากษาเอง
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ webmaster@siamzab.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป